มิว สเปซ เข้าร่วมโครงการผลักดันเมืองอัจฉริยะของควอลคอมม์

วันนี้ บริษัทด้านดาวเทียมและเทคโนโลยีอวกาศ มิว สเปซ ประกาศการเข้าร่วมโครงการผลักดันเมืองอัจฉริยะของบริษัท ควอลคอมม์ เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งโครงการดังกล่าวที่บริษัท ควอลคอมม์ เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมานี้ มีจุดประสงค์เพื่อเป็นการเชื่อมโยงระหว่าง เทศบาลเมือง หน่วยงานราชการ และวิสาหกิจเอกชนต่างๆ เข้ากับผู้ให้บริการรายต่างๆ ที่ให้บริการกระบวนการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ (solutions) สำหรับเมืองอัจฉริยะของควอลคอมม์ ทั้งนี้ มิว สเปซ เป็นบริษัทไทยรายแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้

“พันธกิจของมิว สเปซ คือการพัฒนาผลิตภัณฑ์คุณภาพดีที่สุด ดังนั้น เราจะทำงานกับผู้ที่มีฝีมือดีที่สุดในอุตสาหกรรมนี้เท่านั้น เราตั้งใจที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์คุณภาพดีซึ่งใช้เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของควลคอมม์สำหรับใช้กับเมืองอัฉจริยะในประเทศไทยและประเทศอื่นๆ ในอนาคต เราภูมิใจที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้” คุณสุวิทย์ พฤกษ์วัฒนานนท์ ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายพัฒนาธุรกิจของมิว สปซ กล่าว

“มิว สเปซ ถือได้ว่าเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมเทคโนโลยีในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้” คุณ Sanjeet Pandit กรรมการอาวุโสของฝ่ายพัฒนาธุรกิจและประธานฝ่ายเมืองอัจฉริยะของบริษัท ควลคอมม์ เทคโนโลยี จำกัด กล่าว “โครงการผลักดันเมืองอัจฉริยะของควอลคอมม์นี้เป็นศูนย์กลางของกระบวนการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ (solutions) สำหรับเมืองอัจฉริยะทั่วภูมิภาคต่างๆ และเราดีใจที่ได้เห็น มิว สเปซ เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของโครงการเราโดยเป็นบริษัทไทยรายแรกที่เข้าร่วมโครงการนี้ของเรา”

นอกจากธุรกิจด้านอวกาศและเทคโนโลยีดาวเทียม มิว สเปซ ยังมุ่งพัฒนาธุรกิจด้านกระบวนการแก้ปัญหาแบบเบ็ดเสร็จ (solutions) โดยการใช้อินเตอร์เน็ตในทุกสิ่ง (IOT) ซึ่งตั้งแต่ก่อตั้งในปี 2017 บริษัทฯ ได้เปิดเผยแผนงานโดยมีอุปกรณ์ IOT จำนวน 2 ผลิตภัณฑ์ ได้แก่ เครื่องแต่งกายอัจฉริยะ และอุปกรณ์ระบุตำแหน่งอัจฉริยะ อยู่ในรายการผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ด้วย

โดยในปี 2018 มิว สเปซ ได้เริ่มพัฒนาออกแบบเครื่องแต่งกายอัจฉริยะที่สามารถควบคุมอุณหภูมิภายใน และติดอุปกรณ์ระบบติดตามตรวจสอบสุขภาพ ซึ่งในเดือนมกราคมที่ผ่านมานี้ มิว สเปซ ก็ได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ IOT อีกชิ้นหนึ่ง ซึ่งก็คืออุปกรณ์ระบุตำแหน่งอัจฉริยะที่สามารถส่งตำแหน่งที่แม่นยำและตอบสนอบตรงกับเวลาจริงมากที่สุด เพื่อประโยชน์ในการติดตามตำแหน่งบุคคล หรือเพื่อหาตำแหน่งของสิ่งของที่สูญหาย หรือเพื่อติดตามการเคลื่อนย้ายตำแหน่งของทรัพย์สิน

“เราคาดการณ์ว่าจะมีการพัฒนาอุปกรณ์ IOT ออกมาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ในทุกๆปี ซึ่งจะเป็นไปตามความต้องการ IOT ที่เพิ่มขึ้นสำหรับใช้กับทุกๆ สถานที่ ไม่ว่าจะเป็นบ้านพักอาศัย บริษัทรายใหญ่ และเมืองอัจฉริยะต่างๆ ความต้องการในการซื้อมีเพิ่มขึ้นเพราะผู้คนเริ่มเห็นประโยชน์ของ IOT ในการทำให้การใช้ชีวิตประจำวันง่าย และโดยเป็นไประบบอัตโนมัติมากยิ่งขึ้น” คุณสุวิทย์กล่าว

ตามงานวิจัยด้านการตลาดสำหรับ IOT ในปี 2019 ของศูนย์ข้อมูลนานาชาติ ปรากฎว่า การจับจ่ายของผู้บริโภคสำหรับอุปกรณ์ IOT ในปีนี้ทั่วโลกจะสูงถึง หนึ่งแสนแปดพันล้านดอลลาร์สหรัฐ งานวิจัยดังกล่าวยังระบุว่า กรณีการใช้งานของผู้บริโภคส่วนใหญ่นั้นจะเกี่ยวข้องกับบ้านอัจฉริยะ การดูแลสุขภาพส่วนบุคคล และยานพาหนะเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตเพื่อความบันเทิงของผู้โดยสาร (Infotainment)

8 Likes

Comments: 0

There are not comments on this post yet. Be the first one!

Leave a comment

You must be logged in to post a comment.

th
en_US th